ใช้ Gamification กับ Wellness Program สำหรับพนักงานอย่างไรให้ได้ผล

 

จิตที่สดใสย่อมอยู่ในร่างกายที่แข็งแรง 

คำกล่าวนี้ เป็นที่มาของหลาย ๆ ไอเดียในการส่งเสริมสุขภาพของพนักงาน เช่น ชมรมกีฬาต่าง ๆ  การจัดเต้นแอโรบิค สอนโยคะ บางออฟฟิศมีการสมัครเป็นสมาชิกของฟิตเนสใกล้ออฟฟิศให้พนักงานไปใช้ฟรี ๆ เลยทีเดียว แต่เพื่อน ๆ HR เคยพบปัญหาในการจัดการเรื่อง Wellness Program แบบนี้กันบ้างมั้ย

- สมัครสมาชิกฟิตเนสให้ ก็มีคนไปใช้นิดเดียว ผู้บริหารก็สรุปว่าไม่ได้วิธีนี้ผล เอา Budget ไปใช้เรื่องอื่นดีกว่า

- จัดคลาสโยคะในออฟฟิศ HR เป็นคนเหนื่อยจัดห้อง ยกโต๊ะ ยกเก้าอี้ไปเก็บ แต่มีคนมาน้อยมาก จัดคลาสได้ไม่กี่ครั้งก็ต้องยกเลิก

- จัดแข่งขันลดน้ำหนัก ใช้เงินรางวัลเป็นสิ่งจูงใจ แต่แทนที่พนักงานจะออกกำลังกายให้น้ำหนักลด ดันใช้วิธีอดข้าวจนไม่มีแรงทำงานแทนซะยังงั้น

- จัดโปรแกรมออกกำลังกายต่าง ๆ นา ๆ แต่พนักงานที่มาร่วมคือคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองดีอยู่แล้ว ส่วนกลุ่มเป้าหมายตัวจริง ก็นั่งลงพุงติดโต๊ะทำงานเหมือนเดิม

ถึงจะมีพนักงานมาร่วม Wellness Program น้อยยังไง HR ก็ยังต้องจัดโปรแกรมพวกนี้อยู่ดี ก็แหมใครจะอยากเห็นพนักงานทำแต่งานจนกระทั่ง Burn Out หรือมีพนักงานที่ทำงานได้ยอดเยี่ยม แต่มาทำงานได้ 3 วันป่วยไป 2 วันหรอก จริงมั้ย 

เอ แล้วในฐานะ HR ยุค2018 จะมีวิธีไหนบ้างที่ HR จะทำอะไรเพื่อสุขภาพของพนักงานได้มากกว่าเป็นคนจัดโต๊ะ จัดห้องไว้รอคนมาเล่นโยคะ แล้วก็วัด Feedback ได้แค่วิธีนั่งเช็คยอดคนมาร่วมกิจกรรมบ้างล่ะ

วันนี้เรามีตัวอย่าง ของ บ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ ที่ใช้คอนเซปต์ของ Gamification มาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีด้านสุขภาพมาสร้าง Loyalty Program ให้กับลูกค้า โดยที่ไม่ได้มองแค่การมัดใจลูกค้าให้ใช้บริการต่อเนื่อง แต่หวังผลไปถึงสุขภาพของลูกค้ากันเลยทีเดียว 

ตัวช่วยที่ บ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ นำมาใช้ ก็คือ นาฬิกาที่ใช้นับจำนวนก้าวเดิน และเวลาที่ผู้ใส่นาฬิกาออกกำลังกายได้ในแต่ละวัน

เริ่มต้นเมื่อตกลงทำประกันสุขภาพกันแล้ว ผู้ทำประกันจะได้รับนาฬิกาสุขภาพแบรนด์นึงจากบริษัท

ที่เชื่อมต่อกับ Application บนมือถือ และเมื่อผู้ทำประกันออกกำลังกายถึงเกณฑ์ที่กำหนดใน 1 วัน

ก็จะได้รับ 1 คะแนนและใน 1 สัปดาห์ถ้าเก็บคะแนนได้ถึง 4 แต้มเมื่อไหร่ ก็จะนำไปแลกส่วนลดของเบี้ยประกันในเดือนถัดไปได้ทันที 

    ตัวอย่าง เกณฑ์การเก็บคะแนนใน 1 วัน

    เดิน 7,500 ก้าว + ออกกำลังกาย 30 นาทีขึ้นไป  = 1 คะแนน

    เดิน 9,000 ก้าว + ออกกำลังกาย 45 นาทีขึ้นไป  = 2 คะแนน

จะเห็นได้ว่า เมื่อใช้วิธีนี้แล้ว ผู้ทำประกันต้องออกกำลังกายจริง ๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเมื่อสุขภาพดีแล้ว โอกาสที่จะเจ็บป่วยก็น้อยลง ป่วยน้อยก็เคลมน้อย บริษัทประกันก็แฮปปี้ ในขณะที่ผู้ทำประกันก็ได้ส่วนลดเบี้ยประกันด้วย เรียกว่า Win - Win กันทั้งสองฝ่าย

Gamification ที่ใช้ในวิธีนี้ก็ใช้ตัวง่าย ๆ ที่เราคุ้นเคยกันก็คือการเก็บ Point และการให้รางวัลนั่นเอง แต่เมื่อนำมาใช้ร่วมกับเทคโนโลยีอย่างนาฬิกาเพื่อสุขภาพ ทำให้  บ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ สามารถสร้างผลลัพธ์ได้ถึงขั้นการสร้างพฤติกรรมที่ดีกับสุขภาพของผู้ทำประกันจริง ๆ 

เอ๊ะ แล้ว HR จะไปเอางบจากไหนมาแจกนาฬิกาสุขภาพล่ะจ๊ะ 

เดี๋ยวนี้ใคร ๆ ก็มี Smart Phone ใช้มั้ยล่ะ Application เกี่ยวกับการออกกำลังกายก็มีเยอะแยะ แถม App บางตัว ยังจัดอันดับได้ด้วย ว่าเพื่อน ๆ ที่อยู่ใน Contact List ในมือถือของเรา เค้าออกกำลังกายกันมากน้อยแค่ไหน

HR ก็แค่ออกแบบ Wellness Program มาว่า จะใช้ระยะเวลากี่เดือน แข่งแบบเดี่ยวหรือแบบทีม วัดผลจากอะไรบ้าง มีแจกรางวัลมั้ย หรือถ้างบเหลือ ๆ จะซื้อจักรยานแบบปั่นในบ้าน มีหน้าจอวัดแคลลอรี่ที่ใช้ไปในการปั่นจักรยาน ซึ่งราคาไม่กี่พัน แจกไปแต่ละแผนก แล้วจัดการแข่งขันว่าแผนกไหนปั่นจักรยานผลาญแคลลอรี่ได้เยอะกว่ากัน ก็ทำได้นะคะ

ถ้าบทความของเราเป็นประโยชน์ในการทำงานของท่าน รบกวนส่ง Link บทความนี้ให้เพื่อน ๆ HR ที่ท่านรู้จักเพื่อเป็นกำลังใจให้ทีมงานด้วยนะคะ

ขอบคุณค่ะ

ทีมงาน BLS - Bridge Learning Solutions

-------------------------------

รับบทความเกี่ยวกับ Gamification for HR ได้ก่อนใคร ด้วยการ Subscribe ที่แบบฟอร์มด้านล่าง

-------------------------------

ชมรายละเอียดของโปรแกรม Active Health จาก บ.ประกันภัยไทยวิวัฒน์ https://health.thaivivat.co.th/ 

ขอบคุณรูปภาพจาก www.localfitness.com.au

สมัครรับข่าวสาร

Visitors: 26,231